ระบบจองคิวคลินิกแผนไหนดี: เลือก BookQ แผนธรรมดาหรือแผนโปรให้เหมาะกับคลินิกของคุณ

คำถามที่เจ้าของคลินิกถามบ่อยที่สุดก่อนเริ่มใช้ระบบจองคิวคือ "ควรเลือกแผนไหน" ถ้าเลือกแผนที่ใหญ่เกินไปก็จ่ายค่าฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ ถ้าเลือกเล็กเกินไปงานบางส่วนก็ยังค้างอยู่บนกระดาษ บทความนี้ช่วยให้คุณเลือกแผน BookQ ให้ตรงกับงานจริงของคลินิก ด้วยคำถาม 5 ข้อและตัวอย่างคลินิกแต่ละแบบ โดยอ้างเฉพาะฟีเจอร์ที่ยืนยันแล้ว
BookQ มี 2 แผนรายเดือน
BookQ คือระบบจองคิวและเวชระเบียนผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับคลินิก พัฒนาโดย GearGaoPro ทั้งสองแผนใช้ฟรี 6 เดือนแรก และเป็นแผนรายเดือนเท่านั้น ไม่มีแผนรายปี
| แผนธรรมดา | แผนโปร | |
|---|---|---|
| ราคา | ใช้ฟรี 6 เดือน แล้ว 399 บาท/เดือน | ใช้ฟรี 6 เดือน แล้ว 799 บาท/เดือน |
| หน้าจองคิวผ่านลิงก์และ QR ผู้ป่วยจองได้โดยไม่ต้องสมัคร | มี | มี |
| แดชบอร์ดคิว นัดหมาย และ walk-in | มี | มี |
| จอแสดงคิวในห้องรอ | มี | มี |
| ตั้งเวลาทำการและจำนวนคิวต่อช่วง | มี | มี |
| เชิญพนักงานและกำหนดสิทธิ์ | มี | มี |
| รีเซ็ตรหัสผ่านทางอีเมลภาษาไทย และคู่มือในระบบ | มี | มี |
| เวชระเบียน OPD (HN อัตโนมัติ เตือนแพ้ยา บันทึกตรวจแบบร่างแล้วลงนามล็อก) | ไม่มี | มี |
| คลังยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ ตามล็อตและวันหมดอายุ (FEFO) พร้อมแจ้งเตือน | ไม่มี | มี |
| ออกใบเสร็จ | ไม่มี | มี |
สรุปสั้น ๆ คือ แผนธรรมดาดูแลเรื่องคิว ส่วนแผนโปรดูแลทั้งคิว ห้องตรวจ และตู้ยา
คำถาม 5 ข้อ ช่วยเลือกแผน
1. ปัญหาหลักของคลินิกตอนนี้คือคิว หรือแฟ้มประวัติ
ถ้าปัญหาคือโทรศัพท์ดังทั้งวัน ผู้ป่วยมารอนาน และพนักงานจดคิวในแชตไม่ทัน แผนธรรมดาก็ตอบโจทย์แล้ว แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่การค้นแฟ้มกระดาษและการหาประวัติแพ้ยา แผนโปรที่มีเวชระเบียน OPD จะช่วยได้ตรงกว่า
2. คลินิกจ่ายยา วัคซีน หรือเวชภัณฑ์เองหรือไม่

ถ้าคลินิกมีตู้ยาและต้องคอยดูว่าล็อตไหนใกล้หมดอายุ แผนโปรมีคลังยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ที่จัดการตามล็อตและวันหมดอายุ ตัดสต็อกให้อัตโนมัติแบบหมดอายุก่อนออกก่อน (FEFO) กันการจ่ายเกินสต็อก และแจ้งเตือนของใกล้หมดหรือใกล้หมดอายุ ถ้าคลินิกไม่ได้จ่ายยาเอง ส่วนนี้ก็ยังไม่จำเป็น
3. ต้องออกใบเสร็จให้ผู้ป่วยจากระบบหรือไม่
การออกใบเสร็จอยู่ในแผนโปร ถ้าคลินิกยังออกใบเสร็จด้วยวิธีเดิมอยู่แล้วและพอใจ ก็เริ่มจากแผนธรรมดาได้
4. มีแพทย์และพนักงานกี่คนที่ต้องใช้ระบบ
ทั้งสองแผนเชิญพนักงานเข้าระบบและกำหนดสิทธิ์ตามหน้าที่ได้ จำนวนคนจึงไม่ใช่ตัวตัดสินแผน สิ่งที่ควรดูคือแพทย์ต้องบันทึกการตรวจในระบบด้วยหรือไม่ ถ้าใช่ แผนโปรที่มีบันทึกตรวจแบบร่างแล้วลงนามล็อกจะเหมาะกว่า
5. อยากเริ่มเล็ก ๆ ก่อนหรือเปลี่ยนทั้งระบบทีเดียว
ถ้าทีมยังไม่คุ้นกับระบบออนไลน์ การเริ่มจากเรื่องคิวก่อนช่วยให้พนักงานปรับตัวง่าย แต่ถ้าคลินิกพร้อมเลิกแฟ้มกระดาษแล้ว การเริ่มแผนโปรตั้งแต่แรกช่วยให้ประวัติผู้ป่วยอยู่ในระบบตั้งแต่วันแรกของการใช้งาน ทั้งสองแผนใช้ฟรี 6 เดือนแรกเท่ากัน
ตัวอย่างคลินิกแต่ละแบบ

- คลินิกที่เน้นนัดหมายและไม่ได้จ่ายยาเอง เช่น คลินิกที่ปัญหาหลักคือคิวล้นช่วงเย็น แผนธรรมดาช่วยให้ผู้ป่วยจองเองผ่านลิงก์และ QR หน้าเคาน์เตอร์ดูคิวจองกับ walk-in ในแดชบอร์ดเดียว และผู้ป่วยดูลำดับจากจอแสดงคิว
- คลินิกทั่วไปที่ตรวจและจ่ายยาในที่เดียว มีแฟ้มประวัติจำนวนมากและมีตู้ยา แผนโปรช่วยทั้งเวชระเบียน OPD ที่ออก HN อัตโนมัติ เตือนแพ้ยา คลังยาตามวันหมดอายุ และใบเสร็จ
- คลินิกที่ฉีดวัคซีน ต้องดูแลล็อตและวันหมดอายุอย่างใกล้ชิด แผนโปรที่ดูแลคลังวัคซีนตามล็อตจะช่วยลดงานนับสต็อกด้วยมือ
เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- เป็นแผนรายเดือนทั้งคู่ ไม่มีแผนรายปี
- ใช้ฟรี 6 เดือนแรก ทั้งแผนธรรมดาและแผนโปร ทดลองกับงานจริงได้นานพอก่อนเริ่มจ่าย
- การแจ้งเตือนผ่าน LINE ยังไม่มีในตอนนี้ อยู่ในแผนเร็วๆ นี้ ระหว่างนี้คลินิกส่งลิงก์หรือ QR จองคิวให้ผู้ป่วยได้ตามปกติ
- ถ้ายังไม่แน่ใจว่าแผนไหนเหมาะ หรืออยากสอบถามเรื่องการเปลี่ยนแผนในภายหลัง ทักทีมงานทาง LINE ได้
สรุป
ถ้าคลินิกต้องการแก้เรื่องคิวเป็นหลัก แผนธรรมดา ใช้ฟรี 6 เดือนแรก แล้ว 399 บาท/เดือน มีหน้าจองคิวผ่านลิงก์และ QR แดชบอร์ด walk-in และจอแสดงคิวครบ ถ้าคลินิกต้องการเลิกแฟ้มกระดาษ ดูแลตู้ยา และออกใบเสร็จจากระบบด้วย แผนโปร ใช้ฟรี 6 เดือนแรก แล้ว 799 บาท/เดือน ลองตอบคำถาม 5 ข้อด้านบน แล้วเลือกแผนที่ตรงกับงานจริงของคลินิกคุณ
เริ่มใช้ BookQ
- คลินิกใหม่: สมัครแผนธรรมดา หรือ สมัครแผนโปร (ใช้ฟรี 6 เดือน)
- มีบัญชีแล้ว: เข้าสู่ระบบ BookQ
- ดูภาพรวมระบบ: คู่มือระบบจองคิวคลินิก BookQ
- มีคำถาม: แอดไลน์ @224ounfp แล้วกด "ขอใบเสนอราคา/ปรึกษาฟรี"