GearGaoProหน้าแรกบทความ

ชวนผู้ป่วยมาจองคิวออนไลน์: วางลิงก์และ QR ของ BookQ ให้คนไข้ใช้จริง ลดสายโทรจองคิว

ภาพประกอบผู้ป่วยยืนหน้าประตูคลินิก ใช้มือถือสแกน QR บนป้ายตั้งข้างประตูเพื่อจองคิว มีต้นไม้และม้านั่งรอด้านหน้าคลินิก

หลายคลินิกเปิดระบบจองคิวออนไลน์แล้ว แต่โทรศัพท์ก็ยังดังทั้งวันเหมือนเดิม สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่าระบบใช้ยาก แต่เป็นเพราะผู้ป่วยยังไม่รู้ว่าจองเองได้ หรือยังไม่เห็นลิงก์ในจังหวะที่อยากจอง บทความนี้รวมวิธีชวนผู้ป่วยให้หันมาจองคิวออนไลน์ด้วยลิงก์และ QR ของ BookQ ทั้งจุดที่ควรวางลิงก์ ประโยคที่พนักงานใช้พูดได้ทันที และแผนช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยอ้างเฉพาะฟีเจอร์ที่ยืนยันแล้ว

ทำไมผู้ป่วยถึงยังโทรมาจองคิว

ทุกข้อแก้ได้ด้วยการวางลิงก์ให้ถูกที่และพูดให้ถูกจังหวะ

จุดเด่นของหน้าจองคิว BookQ ที่ควรบอกผู้ป่วย

BookQ คือระบบจองคิวและเวชระเบียนผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับคลินิก พัฒนาโดย GearGaoPro แต่ละคลินิกได้ลิงก์จองคิวของตัวเองและ QR สำหรับให้ผู้ป่วยสแกน ข้อดีที่ควรสื่อสารให้ผู้ป่วยรู้มีสามข้อ

ประโยคสั้น ๆ อย่าง "จองผ่านมือถือได้เลย ไม่ต้องสมัคร" มักช่วยให้ผู้ป่วยกล้าลองมากกว่าการอธิบายยาว ๆ

6 จุดวางลิงก์และ QR ที่ผู้ป่วยมองเห็น

1. ป้าย QR หน้าคลินิกและที่เคาน์เตอร์

ตั้งป้าย QR ข้างประตูและบนเคาน์เตอร์ต้อนรับ ผู้ป่วยที่เดินผ่านหรือมาถึงตอนคิวเต็มจะสแกนจองรอบถัดไปได้ทันที ข้อความบนป้ายควรสั้น เช่น "สแกนจองคิวได้เลย ไม่ต้องสมัคร"

2. เพจ Facebook ของคลินิก

ใส่ลิงก์จองคิวในส่วนข้อมูลของเพจ และปักหมุดโพสต์ที่บอกวิธีจอง เวลามีคนทักถามคิวในแชต ก็ตอบกลับพร้อมลิงก์ได้เลย

3. แชต LINE ของคลินิก

ถ้าคลินิกคุยกับผู้ป่วยทาง LINE อยู่แล้ว ให้เตรียมข้อความสำเร็จรูปที่มีลิงก์จองคิวไว้ส่งเวลาผู้ป่วยถามคิว (ข้อความนี้พนักงานส่งเองในแชต ส่วนการแจ้งเตือนผ่าน LINE จากระบบ BookQ ยังไม่มีในตอนนี้ อยู่ในแผนเร็วๆ นี้)

4. หน้าคลินิกบน Google Maps

ผู้ป่วยหลายคนค้นหาคลินิกจากแผนที่ก่อนโทร การใส่ลิงก์จองคิวไว้ในข้อมูลคลินิกบน Google ช่วยให้ผู้ป่วยกดจองได้แทนการกดโทร

5. บัตรนัดหรือใบนัดครั้งถัดไป

ภาพประกอบพนักงานต้อนรับคลินิกยื่นบัตรนัดเล็ก ๆ ที่มี QR ให้ผู้ป่วยสูงอายุ พร้อมชี้ให้ดูมือถือ ข้างเคาน์เตอร์มีป้าย QR ตั้งอยู่
แนบ QR ไว้บนบัตรนัด ผู้ป่วยกลับไปจองครั้งถัดไปเองได้

ทุกครั้งที่ผู้ป่วยตรวจเสร็จ ให้แนบ QR ไว้บนบัตรนัดหรือกระดาษที่ผู้ป่วยถือกลับบ้าน ผู้ป่วยจะมีลิงก์อยู่กับตัวเมื่อถึงเวลาต้องกลับมาตรวจ

6. ข้อความตอบกลับเวลาโทรเข้า

เมื่อมีคนโทรมาจอง พนักงานยังรับจองให้ตามปกติ แต่ปิดท้ายด้วยการบอกว่าครั้งหน้าจองเองได้ และส่งลิงก์ให้ทางแชตที่ผู้ป่วยใช้อยู่

ประโยคที่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ใช้ได้ทันที

ตกลงประโยคกันทั้งทีม ผู้ป่วยจะได้ยินข้อความเดียวกันไม่ว่าคุยกับใคร

แผนช่วงเปลี่ยนผ่าน: ไม่ต้องตัดโทรศัพท์ทิ้งทันที

ภาพประกอบพนักงานคลินิกนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงแดชบอร์ดคิว แยกเป็นคิวจองออนไลน์กับคิว walk-in โทรศัพท์บนโต๊ะเงียบ และมีจอแสดงคิวบนผนังด้านหลัง
คิวจองออนไลน์ คิวที่รับทางโทรศัพท์ และ walk-in รวมอยู่ในแดชบอร์ดเดียว

การเปลี่ยนนิสัยผู้ป่วยต้องใช้เวลา ระหว่างนี้คลินิกยังรับจองทางโทรศัพท์และรับผู้ป่วย walk-in ได้ตามเดิม พนักงานเพิ่มคิวที่รับทางโทรศัพท์และ walk-in ลงในแดชบอร์ดเดียวกับคิวจองออนไลน์ ทำให้ทั้งทีมเห็นคิวทั้งหมดในที่เดียว และผู้ป่วยในห้องรอดูลำดับจากจอแสดงคิวได้

ลองแบ่งเป็นช่วงง่าย ๆ

ถ้าช่วงไหนคิวเต็มเร็ว ให้ปรับเวลาทำการหรือจำนวนคิวต่อช่วงในระบบ เพื่อให้หน้าจองตรงกับความสามารถในการตรวจจริง

สรุป

ระบบจองคิวออนไลน์จะลดสายโทรได้จริงเมื่อผู้ป่วยเห็นลิงก์ในจังหวะที่อยากจองและรู้ว่าจองง่าย ไม่ต้องสมัคร วางลิงก์และ QR ไว้ที่ป้ายหน้าคลินิก เพจ แชต แผนที่ และบัตรนัด ให้พนักงานพูดประโยคเดียวกัน และใช้แดชบอร์ดรวมคิวออนไลน์กับ walk-in ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน BookQ แผนธรรมดาใช้ฟรี 6 เดือนแรก แล้ว 399 บาท/เดือน ส่วนแผนโปรที่มีเวชระเบียน OPD คลังยา และใบเสร็จ ใช้ฟรี 6 เดือนแรก แล้ว 799 บาท/เดือน ทั้งสองแผนเป็นรายเดือน ไม่มีแผนรายปี

เริ่มใช้ BookQ

ขอใบเสนอราคา/ปรึกษาฟรี

แอด LINE ปรึกษาฟรี